ปลุกยักษ์ในตัวตนให้ตื่น

 

.... คนรอบข้างผมเป็นยักษ์ ทั้งหมดเลย คนทุกคนล้วนเป็นยักษ์ ผมก็เป็นยักษ์ ......
.... เคยไหม....ที่คร่ำงานมาทั้งวัน ไหนจะประชุม ไหนจะเปิดงานโครงการ ไหนจะติดตามและเร่งรัดงาน ไหนจะให้คำปรึกษาแก่ผู้ขอเข้าพบเพื่อสร้างงานหรือแก้ปัญหา ตอนบ่ายไหนจะไปงานศพ เย็นๆ ไหนจะงานแต่ง แน่นอนถึงบ้านสามทุ่ม สลบในชุดทำงาน บนโซฟา หน้าทีวี......เพราะไร....ใช่เลย เหนื่อย ล้า หมดสภาพ หมดพลังงาน คนนะไม่ใช่หุ่นยนต์ ร่างกายต้องการพักผ่อน....
.... เคยซิ... พลิกซ้าย กลิ้งขวาหลายตลบ บนที่นอนอันนุ่มบ้าง ไม่นุ่มบ้าง เพราะนอนไม่หลับ เกิดจากฤทธิ์กาแฟดำสี่แก้วของประชุมสี่รอบ ซึ่งยังไม่รวมแก้วแรกหลังตื่นนอน หรือเกิดจากนอนมากแล้วเกินเจ็ดชั่วโมงแล้ว จึงหลับไม่ลง ทั้งสองอาการระหว่างนั้นคิด คิด คิด และเกิดอาการ “ปิ๊งแว็บ” ได้แนวคิดเกิดไอเดีย อันกระฉูด เลิศอลังการ ตื่นมาจดบันทึกแทบไม่ทัน......เพราะไร....ใช่เลย เพราะพลังคิดจากสมอง อันเป็นอัศจรรย์อวัยวะที่มนุษย์ทุกคนได้มา...
.... มีบ้าง....อาการลมออกหู หงุดหงิด รำคาญมาก ในขณะที่มุมหนึ่งเหนื่อยหน่าย เซ็ง เบื่อ ท้อแท้ โลกนี้ช่างไม่โสภา ไม่อยากพูด ไม่อยากพบเจอหน้าใคร อยากอยู่เงียบๆ คนเดียว ...เพราะไร...ใช่เลย อารมณ์ ...ทุกคนยังไม่บรรลุอรหันต์นี่ ย่อมมีความรัก โลภ โกรธ หลง ดีใจ เสียใจ พอใจ ไม่พอใจ เป็นธรรมดา....
.... ก็บ่อยนะ...หลังจากดูทีวี อ่านหนังสือ ดูอินเตอร์เน็ต ดู Line ส่อง Facebook เกี่ยวกับประวัติ ความสามารถ ความสำเร็จ ความน่าพิศวงของบุคคล ได้แบบ เป็นมายไอดอล เกิดแรงบันดาลใจ กำลังใจเปลี่ยมล้น ความฮึกเหิมเต็มที่ อยากทำ อยากสำเร็จ ..เพราะไร...ใช่เลย ใจหรือจิตใจ คนทุกคนล้วนมึความต้องการ มีใจปรารถนา ดังเขาว่า “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว”
.... แล้วไง... แน่นอนว่าคนทุกคน ทั้งผม ท่าน เธอ เขา คุณ ...มีกาย สมอง อารมณ์ จิตใจ อย่างน้อย ๆ มีสี่สิ่งนี้แหล่ะที่เหมือนกัน สี่สิ่งนี้ผมถือว่าเป็น ”ยักษ์” หรือ “ยักษ์ในตน”
.... ยักษ์... ทุกคนเป็นยักษ์ รอบข้างผมเป็นยักษ์ ในที่ทำงานก็เป็นยักษ์ ผมก็เป็นยักษ์ ...ทั้ง ยักษี ยักษา ยักขินี ยักษ์คือความยิ่งใหญ่ คือความใหญ่โต ยักษ์มีพลัง ยักษ์มีความน่ากลัว พลังของยักษ์ใช้ในการทำลายล้าง เผาผลานหรือสร้างสรรค์ก็ได้
.... ยักษ์ในตน... คนเรามีทั้งยักษ์ใหญ่และยักษ์เล็ก ตรงนี้ จะขอกล่าวเฉพาะยักษ์ใหญ่ในตน ทั้งสี่ตน ได้แก่
      1) ยักษ์ตนที่หนึ่ง คือ กาย หมายถึง ร่างกายที่สมประกอบ ที่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ ทำงานหาเลี้ยงชีพได้ ดูแลตนเอง ดูแลผู้อื่น เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้
      2) ยักษ์ตนที่สอง คือ สมอง อันที่จริงก็เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของกาย แต่ตรงนี้ หมายถึง ความคิด ที่ทำให้คนเราอยากทำโน้น ทำนี้ สร้างสรรค์ คิดประดิษฐ์ พัฒนานวัตกรรม รวมไปถึงการจินตนาการด้วย
      3) ยักษ์ตนที่สาม คือ อารมณ์ หมายถึง อาการที่แสดงถึงความรัก ความเกลียด ความชอบ ไม่ชอบ พอใจ ไม่พอใจ โกรธ ความหลง ความเวทนา หรือความสงสาร แต่อารมรณ์ที่เราจะกำหนดว่าเป็นยักษ์คือ อารมณ์ในทางที่ดี ที่ถูก ที่ชอบ
     4) ยักษ์ตนที่สี่ คือ ใจ หรือ จิต หรือ จิตใจ หมายถึง การมีแรงจูงใจ ตั้งใจ แน่วแน่ เป็นพลังงานที่ทำให้เกิดความฮึกเหิม เกิดกำลังใจ เกิดความจดจ่อ มุ่งมั่น ทำสิ่งใดๆให้สำเร็จ
.... ทุกคนเป็นยักษ์... เห็นไหมครับว่า ไม่ว่าผม หรือท่าน คนรอบข้าง คนไหนๆ ล้วนเป็นยักษ์ ล้วนมียักษ์ โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่ทั้งสี่ตน ทุกคนเป็นยักษ์ทั้งนั้น ....
.... ในโลกความเป็นจริง...จะพบว่า บางคนก็มีสุข บางคนก็ทุกข์ บางคนร่ำรวย บางคนขัดสน บางคนสำเร็จ บางคนก็ล้มเหลาว บางคนสมหวัง แต่บางคนผิดหวัง เป็นเพราะอะไร....เป็นเพราะยักษ์...
.... ความผิดหวัง ล้มเหลวเป็นเพราะยักษ์ขี้เกียจ หรือไม่ก็ยักษ์ป่วย หรือยักษ์หลับ แต่หลายคนประสบผลสำเร็จ มีความสุขเป็นเพราะยักษ์ทำงาน ยักษ์ขยัน ยักษ์น่ารัก หรือยักษ์ตื่น
.... ในเมือเรามียักษ์ทุกคน ทำไมเราไม่ใช้ประโยชน์จากยักษ์ ทำไมเรายอมให้ยักษ์เราหลับล่ะ....
.... เราต้องปลุกยักษ์ใหญ่ทั้งสี่ตนให้ตื่น เราถึงจะประสบความสำเร็จ...
.... ผมไม่ยอมให้ยักษ์หลับแน่...ผมต้องใช้ยักษ์ให้เป็นประโยชน์...
.... ยักษ์ใหญ่ในตนผมนี้เอง..ที่ทำให้เกิด Page “สอบได้ ไม่ง้อติว”


...  จะมาเล่าต่อครับ

 

‪     สอบได้ไม่ง้อติว  Dr.borworn

ความเห็นของผู้ชม